มาดู 10 วิธี วิ่งไม่ปวดเข่า
มาดู 10 วิธี
วิ่งไม่ปวดเข่า เพราะการวิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ดีและทำได้ง่าย
แต่บางครั้งเทคนิคการวิ่งที่ไม่ถูกต้องรองเท้าหรือบริเวณที่วิ่งไม่เหมาะสม
มีภาวะโรคเกี่ยวกับข้อหรือสภาพร่างกายไม่อำนวย
ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ โดยเป็นการบาดเจ็บซ้ำๆ ของกระดูกอ่อน
ของกระดูกสะบ้าหัวเข่าและกระดูกหัวเข่า
จอร์จจึงแนะนำเทคนิคการป้องกันไม่ให้เกิดอาการ ปวดเข่าขณะวิ่ง มีดังนี้
 
1.การยืดกล้ามเนื้อรอบเข่าและข้อเท้าให้เพียงพอ
ควรยืดช้าๆ ค้างไว้ 10 – 15 วินาทีต่อครั้ง
และหมั่นออกกำลัง กล้ามเนื้อต้นขาโดยการเหยียดเข่าตรงและเกร็งค้างไว้ 5
วินาทีต่อครั้ง ทำประมาณ 10 – 20 ครั้งต่อวัน 
 
2.วอร์มอัพให้เพียงพอ
โดยเริ่มจากการเดินเร็วหรือ วิ่งเหยาะๆ ก่อนที่จะวิ่งเต็มที่
เพื่อการปรับตัวของกล้ามเนื้อระบบไหลเวียนโลหิต และระบบการหายใจ 
 
3.เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับการวิ่ง
ควรมีพื้นกันแรงกระแทกที่เพียงพอและมีความกระชับพอดีกับเท้า
โดยทั่วไปถ้าต้อง การวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ให้เลือกรองเท้าแบบ Cross
Training 
 
4.ใช้อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้า
ถ้าคุณมีเท้าแบนหรือไม่มีอุ้งเท้าสูงเพียงพอ เวลาวิ่งนานๆ
อาจทำให้มีแรงปฏิกิริยาจากพื้นกระทำต่อข้อเท้าและข้อเข่าทำให้เกิด อาการปวดเ
ข่าหรือข้อเท้าเรื้อรังได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา
หรือลองซื้อแผ่นยางเสริมอุ้งเท้ามาติดภายในรองเท้า 
 
5.เลือกบริเวณวิ่งให้เหมาะสม
ควรเป็นพื้นที่เสมอกันไม่ควรวิ่งบริเวณที่เป็นพื้นเอียงหรือบริเวณที่มีการหักเลี้ยวอย่
 
างเฉียบพลัน พื้นวิ่งที่ดีที่สุดคือพื้นยางสังเคราะห์หรือพื้นดิน
เพราะมีความนุ่มและเก็บพลังงานเพื่อเปลี่ยนเป็นแรงส่งตัวได้ดี
ถ้าจะวิ่งบนพื้นคอนกรีต ควรเลือกรองเท้าที่รับแรงกระแทกอย่างเพียงพอ 
 
6.ไม่ควรวิ่งก้าวเท้ายาวเกินไป
หรือยกเข่าสูงเกินไป
เพราะทำให้ข้อเข่าต้องงอมากเกินความจำเป็นทำให้เกิดปัญหา ปวดเข่าได้ง่ายขึ้น
ส่วนแขนก็ควรงอเพียงเล็กน้อยและแกว่งข้างลำตัว
ในกรณีที่คุณมีปัญหาปวดหลังหรือน้ำหนักตัวมาก ควรแกว่งแขน
ให้ค่อนมาทางด้านหลังเพื่อไม่ให้ลำตัวก้มไปข้างหน้ามากเกินไปด้วย 
 
7.ควรวิ่งโดยลงน้ำหนักที่ส้นเท้า
การวิ่งโดยลงน้ำหนักที่ปลายเท้านานๆ จะทำให้เกิดแรงกระชากพังผืดฝ่าเท้า
ปวด กล้ามเนื้อน่อง และยังเกิดแนวแรงที่ผิดปกติที่ผ่านต่อข้อเข่าทำให้ต้องงอเข่าม
ากขึ้นขณะวิ่งอาจทำให้เกิดการปวดเข่าด้านหน้าอีกด้วย 
 
8.ไม่ควรวิ่งขึ้นลงเนิน
ถ้าคุณมีปัญหาที่ข้อเข่าบ่อยๆ ถ้าจะวิ่งขึ้นเนินให้เอนลำตัวไปด้านหน้า
ก้าวเท้าให้สั้นลง และมองตรงไปข้างหน้าไม่ควรแหงนหน้าขึ้น
ถ้าจะวิ่งลงเนินพยายามให้ลำตัวตั้งตรงเพื่อกันการเสียหลักได้
และควรก้าวเท้าให้ยาวขึ้นและเร็วขึ้นกว่าปกติ 
 
9.ระยะทางที่วิ่งต้องเหมาะสม
ถ้าจะเพิ่มระยะทาง ก็ควรเพิ่มช้าๆ ในแต่ละสัปดาห์ 
 
10.ค่อยๆ ลดความเร็วลง เมื่อใกล้จะหยุดวิ่ง
ควรเดินต่ออีกสักพักเพื่อให้ร่างกายได้ชะเอากรดแล็กติกออกไปจากกล้ามเนื้อบ้าง
ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังวิ่งในวันรุ่งขึ้น 
 
เป็นไงบ้างครับเทคนิคดีๆ ที่จอร์จเอามานำเสนอ สำหรับคนที่เริ่มจะวิ่ง
ลองเอาไปทำตามกันดูได้นะครับ เมื่อได้ปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้แล้ว
ถ้ายังคงมีอาการปวดเข่าหรือข้ออื่นๆ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เพื่อการรักษาที่เหมาะสมต่อไป หรือไม่ก็ออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ว่ายน้ำ
รำกระบอง โยคะ หรือเดินเร็วแทนการวิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นอาการออกกำลังกายชนิดใดๆ
ก็ล้วนแต่สร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีให้คุณได้เหมือนกันครับ